เอ็กซอนโมบิลคาดความต้องการใช้ LNG เพิ่มขึ้นถึง 400% ในปี 2573
กรุงเทพฯ วันที่ 10 มีนาคม 2551 – เอ็กซอนโมบิลประกาศวันนี้ว่ากำลังการผลิตก๊าซ LNG จะเติบโตถึง 40% ในปี 2573 เพื่อตอบสนองความต้องการพลังงานจากก๊าซธรรมชาติของโลกที่เพิ่มมากขึ้น
มร. แอนดรูว์ สไวเกอร์ ประธาน บริษัทเอ็กซอนโมบิล พาวเวอร์ แอนด์ แก๊ส มาร์เก็ตติ้ง ได้กล่าวสุนทรพจน์ในงาน “ก๊าซเทค 2008” มีใจความสำคัญว่า “มีการคาดการณ์ว่า โลกจะต้องการพลังงานจากก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) เพิ่มขึ้นจาก 100 ล้านตันต่อปี ในปี 2543 เป็นกว่า 500 ล้านตันต่อปีในปี 2573 ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นถึง 5 เท่า อย่างไม่สม่ำเสมอ ยังผลให้มีการเปลี่ยนวิธีการค้าก๊าซธรรมชาติเหลว ซึ่งเท่ากับเป็นการเปลี่ยนโฉมหน้าวงการอุตสาหกรรมก๊าซโดยรวม”
มร. สไวเกอร์ ชี้แจงว่าการตอบสนองความท้าทายด้านพลังงานที่เพิ่มขึ้นนี้ จะต้องอาศัยความร่วมมืออันแข็งแกร่งระหว่างบริษัทน้ำมันข้ามชาติ บริษัทน้ำมันแห่งชาติ และประเทศต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง “แต่ละหน่วยงานจะต้องประสานจุดแข็งและศักยภาพของตนเพื่อทำงานร่วมกัน” มร. สไวเกอร์กล่าว “ด้วยวิธีนี้ เราจะสามารถสร้างโครงการทรัพยากรพลังงานให้เกิดคุณค่าสูงสุดและยังประโยชน์แก่ทุกฝ่าย”
“ยกตัวอย่างประเทศกาตาร์” มร. สไวเกอร์กล่าว“ด้วยความเป็นพันธมิตรที่เข้มแข็งระหว่างบริษัทน้ำมันข้ามชาติ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากนโยบายด้านการเงินที่สมดุล หลักนิติรัฐ การเคารพข้อสัญญาระหว่างกันและชื่อเสียงในฐานะผู้ประกอบการค้าน้ำมันที่ได้รับความไว้วางใจ ปัจจุบัน ประเทศกาตาร์กลายเป็นผู้ส่งออกก๊าซธรรมชาติเหลว รายใหญ่ที่สุดของโลก”
โครงการร่วมทุนระหว่าง กาตาร์ปิโตเลียมและเอ็กซอนโมบิล ทำให้เกิดผลผลิตเป็นก๊าซธรรมชาติเหลว จาก 4 หน่วยผลิต จำนวนทั้งหมด 31.2 ล้านตันต่อปี เป็นปริมาณมากกว่าที่ผลิตได้ในช่วงกลางทศวรรษที่ 20 ถึง 4 เท่าตัว และขณะนี้ ทั้งสองบริษัทกำลังก่อสร้างถังขนส่งก๊าซธรรมชาติเหลว รุ่นใหม่ที่มีขนาดบรรจุใหญ่ขึ้นเกือบสองเท่าของถังที่ใช้ขนส่งในปัจจุบัน และโรงงานแปรรูปก๊าซขึ้นในหลายท้องถิ่น
มร. สไวเกอร์กล่าวว่า “ความก้าวหน้าในเทคโนโลยีทำให้การจัดหาและขนส่งก๊าซธรรมชาติเหลว จากแหล่งที่ห่างไกลไปยังศูนย์กลางที่มีความต้องการใช้พลังงานเพิ่มขึ้นเป็นไปได้อย่างประหยัด ทั้งนี้ เพื่อตอบสนองความต้องการใช้ก๊าซธรรมชาติเหลวที่เติบโตขึ้นอย่างมาก”
เอ็กซอนโมบิลได้เข้าร่วมโครงการ LNG ที่กอร์กอนและสการ์โบโร ในประเทศออสเตรเลีย และเป็นผู้นำในการพัฒนาแหล่งขุดเจาะเพื่อใช้ประโยชน์ในเชิงธุรกิจอีกหลายแห่ง ในไฮแลนด์ใต้ของปาปัวนิวกินี รวมทั้งโรงงานผลิตก๊าซ LNG ในอ่าวปาปัว ซึ่งมีกำลังการผลิต 6.3 ล้านตันต่อปี
“โครงการ LNG ในปาปัวนิวกินี ได้ผ่านการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการเรียบร้อยแล้ว และ กำลังจะดำเนินการออกแบบด้านวิศวกรรม” มร. สไวเกอร์กล่าว “ในฐานะผู้ดำเนินการโครงการและตัวแทนจำหน่าย เอ็กซอนโมบิลรู้สึกตื่นเต้นยินดีที่จะได้เริ่มทำการตลาดผลิตภัณฑ์ก๊าซ LNG”
สื่อมวลชนสัมพันธ์
โทรศัพท์ 02-262-4378