ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
ค้นหา
src refinery pano

โรงกลั่นน้ำมันเอสโซ่ศรีราชา

โรงกลั่นน้ำมันเอสโซ่ศรีราชา ตั้งอยู่ในเขตแหลมฉบัง อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2510 และเป็นแหล่งพลังงานที่ตอบสนองความต้องการในการใช้พลังงานของประเทศที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วตามภาวะเศรษฐกิจที่เจริญรุดหน้าของประเทศไทย 

ปัจจุบัน โรงกลั่นมีกำลังการผลิตสูงสุด 174,000 บาร์เรลต่อวัน มีถังเก็บน้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูปรวมกันกว่า 100 ถัง มีท่าเรือรับบรรทุกน้ำมันขนาด 120,000 ตัน และท่าเรือขนส่งผลิตภัณฑ์น้ำมันและเคมีขนาด 8,000 ตัน 3 ท่า

นอกจากนี้ โรงกลั่นได้ติดตั้งระบบเทคโนโลยีอันมีลักษณะเฉพาะพิเศษตามแบบเอ็กซอนโมบิล ที่มีความยืดหยุ่นสูงในการกลั่นน้ำมันดิบชนิดต่างๆ อีกทั้งยังสามารถแปลงน้ำมันดิบที่รับเข้ามา เพื่อให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูงได้ในปริมาณที่มากกว่าได้แก่ น้ำมันเบนซิน น้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยาน และน้ำมันดีเซล

ในปี พ.ศ. 2542 ได้มีการก่อตั้งโรงงานอะโรเมติกส์เชื่อมเข้ากับหน่วยกลั่นน้ำมันและกระบวนการกลั่นน้ำมันอย่างครบวงจร ซึ่งโรงงานดังกล่าวมีกำลังการผลิตอยู่ที่ 500,000 ตันต่อปี โดยจะผลิตอะโรเมติกส์ในรูปของพาราไซลีนเป็นหลัก ซึ่งพาราไซลีนจะถูกนำไปใช้ในการผลิตกรดเทเรฟทาลิก ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำหรับการผลิตแผ่นฟิล์มโพลีเอสเตอร์ บรรจุภัณฑ์เรซิน และผ้าใยสังเคราะห์ เคมีภัณฑ์อื่นๆ ได้แก่ สารทำละลาย และสารพลาสติกไซเซอร์

ความปลอดภัยมาเป็นอันดับแรก
การปฏิบัติงานของโรงกลั่นน้ำมันเอสโซ่ศรีราชายึดหลักด้านความปลอดภัยของเอ็กซอนโมบิล โดยปฏิบัติตามระบบบริหารการปฏิบัติงานให้มีความปลอดภัย (Operations Integrity Management System: OIMS) อย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ ระบบดังกล่าวเป็นระบบที่กำหนดกระบวนการปฏิบัติงานโดยยึดหลักความปลอดภัย สุขภาพ และสิ่งแวดล้อม (Safety, Health and the Environment)

นอกจากนี้ โรงกลั่นยังได้จัดอบรมและพัฒนาบุคลากร อันถือเป็นหัวใจสำคัญขององค์กรในการปลูกฝังและกระตุ้นจิตสำนึกเรื่องความปลอดภัยให้กับพนักงานตลอดจนผู้รับเหมาทุกระดับ โดยนำระบบป้องกันการสูญเสีย (Loss Prevention System) มาใช้ในการสร้างความปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นที่ทำงานหรือที่บ้าน

two engineers

พลังงานสะอาดเพื่อคนไทย
โรงกลั่นน้ำมันเอสโซ่ศรีราชามุ่งมั่นส่งมอบพลังงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
• ในปี พ.ศ. 2553 ด้วยเงินลงทุนกว่า 10,000 ล้านบาท โรงกลั่นได้จัดทำโครงการน้ำมันสะอาด โดยปรับปรุงหน่วยผลิตให้ลดปริมาณสารกำมะถันในน้ำมันเบนซินและน้ำมันดีเซล ตามมาตรฐาน EURO IV เพื่อให้สอดคล้องกับข้อกำหนดของทางรัฐบาลเกี่ยวกับคุณภาพน้ำมันที่ใช้ในรถยนต์ ซึ่งโครงการดังกล่าว แล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2555
• โรงกลั่นได้นำระบบการพัฒนาประสิทธิภาพการใช้พลังงาน (Global Energy Management System: GEMS) มาใช้ ทำให้สามารถลดการใช้พลังงานในทุกหน่วยผลิตได้ถึงร้อยละ 2 ต่อปี 
• หน่วยผลิตกระแสไฟฟ้าพลังงานร่วม มีกำลังผลิต 49.1 เมกะวัตต์ ซึ่งไอน้ำที่ได้จากความร้อนที่เกิดจากกระบวนการดังกล่าว สามารถนำมาหมุนเวียนใช้ในกระบวนการกลั่นได้ ถือเป็นการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยลดมลภาวะจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้

การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ
โรงกลั่นได้นำระบบการพัฒนาประสิทธิภาพการใช้พลังงาน (Global Energy Management System: GEMS) มาใช้ โดยพนักงานทุกระดับตระหนักดีว่า พลังงานเป็นสิ่งสำคัญต่อการบรรลุเป้าหมายทางธุรกิจ ทุกคนจึงมีส่วนรับผิดชอบในการใช้พลังงานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด พนักงานทุกคนได้รับการส่งเสริมให้ตรวจสอบกระบวนการปฏิบัติงาน และริเริ่มโครงการต่างๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานภายในโรงกลั่นซึ่งอาจนำมาซึ่งการเกิดผลกำไรสูงสุด และลดการปล่อยก๊าซที่ได้จากการเผาไหม้

การพัฒนาบุคลากรอย่างต่อเนื่อง
บุคลากรถือเป็นทรัพย์สินที่สำคัญที่สุดขององค์กร เราจึงลงทุนเพื่อพัฒนาบุคลากรอยู่เสมอ เอสโซ่ ไม่ใช่แค่สถานที่ปฏิบัติงาน แต่เปรียบได้ดั่งสถาบันที่พนักงานจะได้เรียนรู้สิ่งใหม่ในทุกๆ วัน เรามีหลักสูตรฝึกอบรมด้านอุตสาหกรรมระดับสากล (Global Manufacturing Training Program) ซึ่งครอบคลุมทั้งด้านเทคนิคและการปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ พนักงานยังได้รับคำแนะนำเกี่ยวกับการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุด รวมถึงได้รับมอบหมายงานเพื่อเพิ่มพูนประสบการณ์และทักษะที่จำเป็นสำหรับการพัฒนาแบบองค์รวม ค่านิยมหลัก 3 ใน 5 ประการของโรงกลั่นน้ำมันเอสโซ่ศรีราชา ล้วนเกี่ยวข้องกับบุคลากร ทั้งในด้านการร่วมมือร่วมใจและเป็นหนึ่งเดียวกัน, การพัฒนาบุคลากร และการให้ทุกคนมีส่วนร่วม ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ที่จะส่งเสริมขีดความสามารถของแต่ละบุคคล

“เพราะเราใส่ใจ”
ตลอดห้าทศวรรษที่ผ่านมา โรงกลั่นน้ำมันเอสโซ่ศรีราชาได้สนับสนุนชุมชนรอบโรงกลั่นมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านการศึกษา สุขภาพ การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม รวมไปถึงการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับสตรีในชุมชน
• ศูนย์ฝึกอบรมอาชีพสตรีแหลมฉบัง ก่อตั้งขึ้น ในปี พ.ศ. 2553 เพื่อเป็นแหล่งฝึกทักษะอาชีพให้กับสตรีใน 10 ชุมชนรอบๆ แหลมฉบัง ถือเป็นการสร้างอาชีพเสริม และสร้างความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นให้กับชุมชน
• โรงกลั่นน้ำมันเอสโซ่ศรีราชาได้จัดตั้งกองทุนเพื่อการศึกษาในปี พ.ศ. 2542 โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อสนับสนุนนักเรียนที่มีผลการเรียนและมีความประพฤติดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ปัจจุบัน โครงการได้มอบทุนมากกว่า 3,600 ทุน ให้กับนักเรียนในชุมชน
• โครงการ “มาช่วย ด้วยรัก” ถือเป็นกิจกรรมจิตอาสาที่พนักงานและครอบครัวราว 150 คนจะร่วมใจกัน ทำกิจกรรมเพื่อพัฒนาชุมชนรอบๆ โรงกลั่น เช่น การจัดกิจกรรมอนุรักษ์ป่าชายเลน การสร้างที่อยู่อาศัยให้กับผู้ด้อยโอกาส ไปจนถึง การสร้างสนามเด็กเล่นเพื่อการเรียนรู้ให้กับโรงเรียนในชุมชน
• ตลอด 15 ปีที่ผ่านมา พนักงานจิตอาสาจากโรงกลั่นจะจัดกิจกรรมสอนภาษาอังกฤษให้กับนักเรียนที่โรงเรียนวัดแหลมฉบังทุกวันพฤหัสบดี ด้วยบรรยากาศที่สนุกสนานและเป็นกันเอง
• โรงกลั่นน้ำมันเอสโซ่ศรีราชาได้สนับสนุนโครงการพัฒนาสื่อการเรียนรู้ ณ พื้นที่จัดแสดง “หุบเสือป่า” ในสวนสัตว์เปิดเขาเขียว เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้เกี่ยวกับเสือพันธุ์ต่างๆ นอกจากนี้ เพื่อให้เยาวชนตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ธรรมชาติ โรงกลั่นยังได้สนับสนุนกิจกรรมสวนสัตว์สัญจร (Zoo Outreach Program) และค่ายผู้นำเยาวชน เพื่อสร้างเครือข่ายเยาวชนและปลูกฝังเรื่องการอนุรักษ์สัตว์ป่าและสิ่งแวดล้อม 

ปิด