เอ็กซอนโมบิลและปอร์เช่ ทดสอบการใช้เชื้อเพลิงที่ปล่อยคาร์บอนน้อยลงในการแข่งรถ

เมือง Irving มลรัฐเท็กซัส และ เมือง Stuttgard เยอรมนี - เอ็กซอนโมบิลและปอร์เช่ อยู่ในระหว่างการทดสอบเชื้อเพลิงสังเคราะห์ eFuels พลังงานชีวภาพทางเลือกใหม่แบบหมุนเวียนที่ให้คาร์บอนต่ำ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือในข้อตกลงครั้งใหม่ อันจะเป็นแนวทางให้ลูกค้าได้ใช้ในอนาคต

ข่าวสาร 19 เม.ย. 2564

เอ็กซอนโมบิลและปอร์เช่ ทดสอบการใช้เชื้อเพลิงที่ปล่อยคาร์บอนน้อยลงในการแข่งรถ
  • เอสโซ่จะมีการทดสอบน้ำมันเชื้อเพลิงทดแทน (Esso Renewable Racing Fuel) กับเครื่องยนต์รถแข่งสมรรถนะสูงของปอร์เช่ ในการแข่งรถ Porsche Mobil 1 Supercup 2021
  • ทั้งสองบริษัทกำลังพัฒนาเชื้อเพลิงสังเคราะห์ eFuels ที่จะช่วยลดสภาวะโลกร้อน
  • น้ำมันสังเคราะห์ eFuels นี้จะผลิตจากไฮโดรเจนและคาร์บอนไดออกไซด์ที่กักเก็บมาได้
  • เป็นความร่วมมือครั้งใหม่จากสัมพันธภาพที่ยาวนานกว่า 25 ปี ของการพัฒนาและทดสอบผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงอย่างต่อเนื่องมาด้วยกัน

การทดสอบนี้ นับเป็นครั้งแรกที่ได้นำเชื้อเพลิงประเภทหมุนเวียนของเอสโซ่มาใช้กับรถแข่งแบบนี้ ซึ่งมาจากการผสมเชื้อเพลิงชีวภาพที่ก้าวหน้า (advanced biofuels) นำมาปรับสัดส่วนเป็นสูตรเฉพาะพิเศษโดยคณะนักวิทยาศาสตร์และวิศวกรของเอ็กซอนโมบิล  ซึ่งจากการวิจัยพบว่ามีศักยภาพที่จะสามารถลดสภาวะโลกร้อนได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยเชื้อเพลิงที่คิดค้นมาใหม่นี้ จะถูกนำไปทดสอบกับสมรรถนะของการแข่งรถ ด้วยรถแรงสมรรถนะสูงอย่างปอร์เช่ ในการแข่งรถของซีรีส์การแข่ง 2021 Porsche Mobil 1 Supercup

ความร่วมมือของ ปอร์เช่ และ เอ็กซอนโมบิล จะเน้นไปที่การทดสอบใช้เชื้อเพลิงสังเคราะห์  ซึ่งได้มาจากไฮโดรเจน และ คาร์บอนไดออกไซด์ที่มีการกักเก็บมาได้  โดยในต้นปี 2022 ทั้งสองบริษัทมีแผนที่จะทดสอบต่อเป็นครั้งที่สอง ซึ่งจะมีเชื้อเพลิงสังเคราะห์ หรือ efuels เป็นส่วนผสมสำคัญ ซึ่งคาดว่าช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 85 เปอร์เซนต์   เมื่อนำมาผสมกับน้ำมันเชื้อเพลิงตามมาตรฐานปัจจุบันที่ใช้กับยานพาหนะส่วนบุคคลทั่วไป (i)

“การทำกระแสไฟฟ้าให้กับรถยนต์เป็นเรื่องที่เราให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก” ไมเคิล สไตเนอร์ หนึ่งในคณะกรรมการบริหารของหน่วยงานวิจัยและพัฒนาของปอร์เช่ กล่าว  “เชื้อเพลิงสังเคราะห์ (efuels) นี้ จะเป็นส่วนเสริมอย่างดีสำหรับกลยุทธการใช้พลังงานของเรา  เนื่องจากจะทำให้ลูกค้าสามารถขับรถด้วยระบบเครื่องยนต์เผาไหม้ภายในแบบเดิม รวมทั้ง  แบบ plug-in hybrid โดยที่สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างมาก   ซึ่งความร่วมมือกับเอ็กซอนโมบิลในครั้งนี้ ทำให้เราสามารถที่จะทดสอบเชื้อเพลิงสังเคราะห์ดังกล่าวภายใต้สภาวะความต้องการในสนามแข่งรถ  ซึ่งนับเป็นอีกขั้นหนึ่งที่จะทำให้เชื้อเพลิงสังเคราะห์นี้ เป็นพลังงานทดแทนแบบใหม่ที่สามารถซื้อหาได้ พร้อมทั้งช่วยลดมลภาวะการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แทนน้ำมันเชื้อเพลิงแบบเดิมได้อีกด้วย

แหล่งวัตถุดิบที่จะนำมาทำ efuels นี้ จะนำมาจากโรงงาน Haru Oni pilot plant จากประเทศชิลี ซึ่งผลิตไฮโดรเจน และจะนำมาผสมกับคาร์บอนไดออกไซด์ที่ดักจับได้จากชั้นบรรยากาศมาเป็นสารมีเทน

เอ็กซอนโมบิลจะออกใบอนุญาต และให้การสนับสนุนสำหรับเทคโนโลยีเฉพาะนี้ เพื่อที่จะเปลี่ยนสารมีเทนมาเป็นน้ำมันเชื้อเพลิง gasoline ซึ่งจะกลายมาเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงที่ให้คาร์บอนที่ต่ำลง

ในช่วงเริ่มแรกของการทดลอง คาดว่าจะสามารถผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงสังเคราะห์นี้ได้ถึงประมาณ 35,000 แกลลอนภายในปี 2022  และในฐานะที่เป็นผู้ใช้เริ่มแรกของน้ำมันเชื้อเพลิงสังเคราะห์นี้  ทางปอร์เช่ จะใช้น้ำมันนี้ในการแข่งขันรถแข่งจากชิลี ซึ่งแน่นอนว่าจะรวมถึงจากที่อื่นๆด้วย ในการแข่งขัน Porsche Mobil 1 Supercup ในช่วงฤดูกาล 2022

“ในระยะเวลากว่า 25 ปีที่ผ่านมานี้ เราได้ทำงานร่วมกับ ปอร์เช่ เพื่อคิดค้นผลิตภัณฑ์ที่จะสนับสนุนสมรรถนะเครื่องยนต์ของปอร์เช่ ในสนามแข่งและบนท้องถนน” แอนดี้ แมดเดน รองประธานด้านกลยุทธและการวางแผนของ ExxonMobil Fuels and Lubricants กล่าว และเพิ่มเติมว่า “ด้วยความร่วมมือในด้านพลังงานทดแทนและน้ำมันเชื้อเพลิงสังเคราะห์ นับเป็นก้าวย่างที่สำคัญทั้งในด้านความสามารถเชิงเทคนิค และ ความเป็นไปได้ในเชิงพาณิชย์ของน้ำมันที่จะช่วยลดมลภาวะได้อย่างมาก”

การทดสอบครั้งแรกในสนามแข่งของน้ำมันเชื้อเพลิงทดแทนนี้ ได้เริ่มขึ้นแล้วเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2021 ในสนามแข่งรถ Zandvoort เนเธอร์แลนด์  และจะมีต่อเนื่องไปตลอดปี 2021 ถึง 2022 ในการแข่งขันซีรีส์ Porsche Mobil 1 Supercup

ความร่วมมือกับปอร์เช่ในครั้งนี้ มาจากความมุ่งมั่นที่เอ็กซอนโมบิลมีมาอย่างต่อเนื่อง ที่จะพัฒนาและคิดค้นพลังงานที่ปล่อยไอเสียในปริมาณต่ำ ทั้งผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงและน้ำมันเครื่องประสิทธิภาพสูง  รวมถึงพลาสติกที่ล้ำหน้า และ ผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่จะทำให้รถยนต์และรถบรรทุกใช้น้ำมันลดน้อยลง  อย่างเช่น ทั้งสองบริษัทได้ร่วมมือกันในสายการผลิตน้ำมันเครื่องสูตรพิเศษสำหรับตลาดรถไฟฟ้า คือ Mobil EVTM range

เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา เอ็กซอนโมบิล ได้ประกาศตั้งหน่วยงานใหม่ ที่ชื่อว่า ExxonMobil Low Carbon Solutions เพื่อทำธุรกิจเกี่ยวกับเทคโนโลยีที่ช่วยลดการเกิดคาร์บอน หรือ ให้คาร์บอนต่ำลง  โดยมีแผนที่จะใช้เงินลงทุนถึง 3,000 ล้านเหรียญ (หรือ 90,000 ล้านบาท) จนถึงปี 2025 เพื่อจัดหาพลังงานที่ลดการปล่อยไอเสีย และในปลายปีที่แล้วเอ็กซอนโมบิล ได้ประกาศแผนที่จะจัดจำหน่ายดีเซลหมุนเวียน (renewable diesel) ที่รัฐแคลิฟอเนีย และ จะขยายตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ ในปี 2022

ในช่วง 2 ทศวรรษที่ผ่านมา เอ็กซอนโมบิลได้ลงทุนถึง 10 ล้านเหรียญ (หรือ 320 ล้านบาท) เพื่อวิจัย พัฒนา และ ประยุกต์ใช้ พลังงานที่ปล่อยไอเสียได้ลดน้อยลง ส่งผลให้สามารถปฏิบัติงานประสิทธิภาพสูง พร้อมทั้งลดหรือเลี่ยงการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากถึง 480 ล้านตัน ซึ่งเทียบเท่ากับการนำรถยนต์ออกจากท้องถนนได้ถึง 100 ล้านคัน (ii)

ทางด้านปอร์เช่  ได้ตกลงที่จะลงทุนถึง 17.9 พันล้านเหรียญ (หรือ 573 ล้านบาท) ในการพัฒนารถไฟฟ้าแบบดิจิตอล ภายในปี 2025  โดยคาดว่า บริษัทผู้ผลิตรถแข่งรายนี้ จะใช้รถไฟฟ้าในการแข่งขันถึงกว่า 80 เปอร์เซนต์ในปี 2030 ขณะเดียวกันก็เสาะหาผลิตภัณฑ์ที่ช่วยลดคาร์บอนได้ด้วย โดยจะลงทุนอีก 1.2 พันล้านเหรียญ (หรือ 39 ล้านบาท) เพื่อบริหารการทำงานแบบยั่งยืนอีกด้วย


เกี่ยวกับเอ็กซอนโมบิล

เอ็กซอนโมบิล เป็นหนึ่งในบริษัทชั้นนำด้านพลังงานที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก  โดยได้นำเทคโนโลยีและความคิดสร้างสรรค์มาใช้เพื่อตอบรับต่อความต้องการพลังงานของโลกที่เพิ่มขึ้น เอ็กซอนโมบิลมีแหล่งพลังงานที่สำคัญ มีกลุ่มธุรกิจโรงกลั่นและการตลาดทางด้านปิโตรเลียมที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก  รวมถึง มีธุรกิจปิโตรเคมีที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกด้วย  ข้อมูลเพิ่มเติมสามารถดูได้ที่ exxonmobil.com และ Energy Factor

เกี่ยวกับ ปอร์เช่

ดร. Ing. h.c.F. Porsche AG เป็นหนึ่งในผู้ผลิตรถยนต์ที่มีผลกำไรมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก  มีสำนักงานใหญ่ที่เมือง Stuttgart-Zuffenhausen โดยในปี 2020 ปอร์เช่ผลิตรถออกสู่ตลาดมากถึง 272,000 คัน ในรุ่น 911, 718 Boxster, 718 Cayman, Cayenne, Macan, Panamera และ Taycan ให้แก่ลูกค้าทั่วโลก  แม้จำนวนนี้จะลดลงประมาณ 3% เทียบกับในปีก่อน  แต่มีผลกำไรจากการผลิตรถยนต์ ไม่รวมผลิตภัณฑ์พิเศษ คิดเป็นประมาณ 5 พันล้านเหรียญ (160,000 ล้านบาท)  ปอร์เช่มีโรงงานผลิตอยู่ในเมือง Stuttgart และ Leipzig รวมถึงศูนย์วิจัยพัฒนาในเมือง Weissach  มีพนักงานถึง 36,000 คน  ปอร์เช่มุ่งมั่นที่จะพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ ซึ่งส่วนมากจะได้มาจากเทคโนโลยีที่ใช้ในการแข่งรถ  ปอร์เช่ตระหนักดีถึงความรับผิดชอบขององค์กรในทั่วทุกด้าน ทั้งเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และสังคม 

ดูรายละเอียดได้ที่ https://newsroom.porsche.com/en.html

คำเตือน

ข้อความที่เกี่ยวกับเหตุการณ์ในอนาคต แผนงาน หรือ ข้อเสนอผลิตภัณฑ์ในข่าวนี้เป็นการคาดการณ์ในอนาคต   ผลที่จะเกิดจริงในอนาคต รวมถึงข้อเสนอผลิตภัณฑ์  ระยะเวลา ความสามารถในการผลิต ผลกระทบ และ ผลจากเทคโนโลยีในด้านประสิทธิภาพและวงจรการลดไอเสียอาจจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับผลของสภาพธุรกิจโดยรวม  ทั้งจากการวิจัยและทดสอบ  การพัฒนาและการแข่งขันเทคโนโลยีทางเลือก  ความสามารถในการทำขนาดของโครงการบนพื้นฐานที่คุ้มค่าคุ้มราคา  การพัฒนาทางการมืองและกฏข้อบังคับ  รวมถึงปัจจัยอื่นๆ ที่พูดถึงในข่าวนี้ และ ที่อยู่ภายใต้หัวข้อ "ปัจจัยที่กระทบต่อผลในอนาคต” ในหน้าสำหรับนักลงทุนในเว็บไซด์ exxonmobil.com

(i) การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่กล่าวถึงนี้ อ้างอิงการเปรียบเทียบปริมาณคาร์บอนฟุตพรินต์ (CFP) ของผลิตภัณฑ์ กับส่วนประกอบที่นำมาทดแทนในเชื้อเพลิงสำหรับการแข่งขัน PMSC เทียบกับ ปริมาณ 94 กรัมของคาร์บอนไดออกไซด์ e/MJ ของพลังงานทดแทนตามมาตรฐานยุโรป   การลดการปล่อยก๊าซได้ถึง 85% จากส่วนผสมในเชื้อเพลิงทดแทน เทียบกับ แบบเดิม อยู่บนพื้นฐานของวิธีการคำนวณมาตรฐาน ISO 14067 โดยคำนึงถึงขอบเขตการพิจารณาตั้งแต่แหล่งพลังงาน ปริมาณ feedstock  การผลิต  การขนส่ง  การเผาไหม้ที่สัมพันธ์กับการปล่อยก๊าซในกระบวนการผลิต และ ส่วนผสมในน้ำมันเชื้อเพลิงทดแทนที่กล่าวถึงนี้  การทำงานของหน่วย 1 MJ ของเชื้อเพลิงนำมาใช้ในการเปรียบเทียบนี้

(ii)  480 ล้านตันของการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ เทียบเท่ากับรถส่วนตัว 104 คัน ในเวลา 1 ปี ตามการคำนวณของ U.S. EPA Greenhouse Gas https://www.epa.gov/energy/greenhouse-gas-equivalencies-calculator                        


ข้อมูลเพิ่มเติม  ติดต่อที่ฝ่ายกิจกรรมองค์กรและรัฐกิจสัมพันธ์

กิติยาวดี  นิลวรรณ  โทร : 02-407-4382  Email: kitiyavadee.nilavan@exxonmobil.com

ปฐวิโรจน์ ประมูลเกษี  โทร 02-407-4384  Email: pathaveeroje.pamoonkesi@exxonmobil.com