ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
ค้นหา

รายงานภาพอนาคตพลังงานประจำปี 2561: ภาพรวมจนถึงปี 2583

ทุกปี เอ็กซอนโมบิล วิเคราะห์และปรับภาพอนาคตเกี่ยวกับอุปสงค์และอุปทานด้านพลังงานในระยะยาว  ทำไมเราจึงให้ความสำคัญกับเรื่องนี้?  เพราะพลังงานเป็นพื้นฐานของการดำเนินชีวิตในสังคมยุคใหม่

ภาพรวมจนถึงปี 2583

รายงานภาพอนาคตพลังงาน สะท้อนมุมมองของเอ็กซอนโมบิล เกี่ยวกับอุปสงค์และอุปทานด้านพลังงานไปจนถึงปี พ.ศ. 2583 เราใช้รายงานนี้ในการกำหนดนโยบายและวางแผนการลงทุนระยะยาว

การเปลี่ยนแปลงด้านพลังงานครั้งสำคัญกำลังเกิดขึ้น โดยมีปัจจัยหลายประการที่ส่งผลกับพลังงานของโลกในอนาคต ซึ่งรวมถึงจุดมุ่งหมายและนโยบายของรัฐในการส่งเสริมความเจริญรุ่งเรือง อีกทั้งพิจารณาหาทางแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เมื่อเร็วๆ นี้ ความตกลงปารีส1 ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แสดงให้เห็นเจตจำนงที่สำคัญของรัฐบาลประเทศต่างๆ ในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Greenhouse Gas หรือ GHG) ผ่านความตกลงในการมีส่วนร่วมของประเทศต่างๆ (Nationally Determined Contributions หรือ NDCs) การปรับใช้นโยบายต่างๆ เพื่อสนับสนุน NDCs ย่อมจะส่งผลกระทบกับอุปทานและการใช้พลังงานของทุกส่วนในสังคม 

เพื่อสนับสนุนให้เศรษฐกิจเติบโต และเพื่อให้บรรลุเป้าหมายด้านภูมิอากาศอย่างมีนัยยะสำคัญตามความตกลงปารีส จำเป็นต้องอาศัยการกำหนดนโยบายที่ดีและโปร่งใส โดยเปรียบเทียบอย่างระมัดระวังระหว่างค่าใช้จ่ายและผลประโยชน์ นโยบายดังกล่าวจะช่วยจัดการความเสี่ยงด้านการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ และช่วยให้สังคมสามารถบรรลุเป้าหมายสำคัญอื่นๆ ซึ่งครอบคลุมเรื่องของอากาศและน้ำที่บริสุทธิ์ การเข้าถึงพลังงานที่เชื่อถือได้ในราคาที่เหมาะสม และความเติบโตทางเศรษฐกิจของทุกคน

เทคโนโลยียังคงเป็นสิ่งสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตและพิจารณาหาทางแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ยังคงส่งผลต่อการใช้พลังงาน มีเทคโนโลยีใหม่ๆ หลายอย่างที่ยังไม่มีเมื่อ 5 ถึง 10 ปีที่แล้ว แต่กลับมีบทบาทสำคัญมากขึ้นในปัจจุบัน และจะส่งผลกระทบมากขึ้นเรื่อยๆ เช่น เทคโนโลยีด้านพลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์ การพัฒนาแหล่งน้ำมันและก๊าซใหม่ๆ และรถยนต์ไฟฟ้า การจะเอาชนะความท้าทายทั้งสองประการในการลดความเสี่ยงของการเปลี่ยนแปลงทางภูมิอากาศ พร้อมไปกับการยกระดับคุณภาพชีวิต จำเป็นต้องอาศัยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีใหม่ๆ อีกมาก

แม้ว่านโยบายรัฐและเทคโนโลยีจะส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและวิวัฒนาการของพลังงาน แต่ก็อาจทำให้เกิดสภาพชะงักงันและก่อให้เกิดความไม่แน่นอน รวมทั้งผลกระทบที่คาดไม่ถึง ดังนั้น เราได้พัฒนาและใช้กระบวนการพิจารณาอย่างรอบด้านในกระบวนการทำรายงานนี้ เพื่อช่วยให้เราสามารถเข้าใจผลกระทบในด้านพลังงานที่อาจจะเกิดขึ้นได้

รายงานภาพรวมพลังงานประจำปีนี้จะรวมถึงกระบวนการพิจารณาในประเด็นเฉพาะต่างๆ เพื่อให้เห็นภาพที่กว้างขึ้นว่าการเปลี่ยนข้อสันนิษฐานพื้นฐานในรายงานภาพรวามพลังงานจะส่งผลกระทบอย่างไรต่อภูมิทัศน์พลังงาน (Energy Landscape)

บทบาทของทุกคน

ประชากรเจ็ดพันล้านคนมีอิทธิพลต่อระบบการใช้พลังงานของโลก และส่งผลกระทบโดยตรงต่อความต้องการพลังงาน ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจรวมทั้งเป้าหมายด้านความมั่นคงและสิ่งแวดล้อม การแก้ไขปัญหาด้านพลังงานเปลี่ยนแปลงไปตามเวลาและปัจจัยแวดล้อม ลองคิดดูว่าการเข้าถึงพลังงานมีผลต่อชีวิตของท่านอย่างไร และมีความหมายอย่างไรต่อคนอื่นๆ อีกหลายพันล้านคนทั่วโลก และลองเปรียบเทียบข้อสรุปของท่านเรื่องอนาคตพลังงานกับข้อสรุปในรายงานภาพรวมพลังงาน

พลังงานเป็นพื้นฐานของชีวิตสมัยใหม่ และในขณะที่จำนวนประชากรในโลกจะเข้าใกล้เก้าพันล้านคนในปี 2583 มนุษย์ทั่วโลกกำลังเผชิญปัญหาในการพัฒนามาตรฐานการดำเนินชีวิต เราคาดว่าความก้าวหน้านี้จะเกิดจากความสามารถของมนุษย์และพลังงานที่ช่วยสร้างชีวิตที่ดีขึ้น 

สรุปสาระสำคัญ

แนวโน้มสำคัญที่มีบทบาทในการกำหนดภูมิทัศน์พลังงานโลกจนถึงปี 2583

  • พลังงานขับเคลื่อนเศรษฐกิจสมัยใหม่และพัฒนาคุณภาพชีวิต

    เมื่อถึงปี 2573  มีแนวโน้มว่าจำนวนชนชั้นกลางบนโลกนี้จะขยายตัวจากสามพันล้านคน เป็นมากกว่าห้าพันล้านคน การเติบโตนี้จะเกิดขึ้นพร้อมๆ กับมาตรฐานการดำเนินชีวิตที่สูงขึ้นมาก ส่งผลให้มีการใช้พลังงานเพิ่มขึ้นในประเทศกำลังพัฒนาอันเนื่องมาจากการที่ผู้คนได้พัฒนาธุรกิจสมัยใหม่ และการเข้าถึงรถยนต์ อุปกรณ์ไฟฟ้าและเครื่องปรับอากาศในบ้านเรือน

  • ความจำเป็นต้องใช้พลังงานในโลกจะเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 25  นำโดยประเทศที่ไม่ใช่สมาชิก OECD

    แม้ว่าจะมีผลดีจากการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ความต้องการใช้พลังงานโลกก็ยังจะเพิ่มขึ้นอีกเกือบร้อยละ 25  เกือบทั้งหมดอยู่ในประเทศซึ่งไม่ใช่สมาชิกขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD)  (เช่น จีน อินเดีย)  ซึ่งคาดว่าจะมีความต้องการเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 40  หรือประมาณเกือบเท่ากับที่ใช้ในทวีปอเมริกาในปัจจุบัน

  • ความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเกือบสองเท่าในประเทศที่ไม่ใช่สมาชิก OECD

    กิจกรรมต่างๆ ของมนุษย์ยังคงต้องอาศัยแหล่งไฟฟ้าที่เชื่อถือได้ ความต้องการใช้ไฟฟ้าบนโลกจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 60 ระหว่างปี 2559 – 2583 นำโดยประเทศที่ไม่ใช่สมาชิก OECD ซึ่งมีความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเกือบสองเท่า

  • มีการใช้ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 400

    ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลม อยู่ในกลุ่มแหล่งพลังงานที่มีการขยายตัวอย่างรวดเร็วสูงสุด รวมกันแล้วขยายตัวประมาณร้อยละ 400  และคาดว่าจะมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็นสามเท่าเมื่อถึงปี 2583  ซึ่งช่วยให้ปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เกิดจากการผลิตไฟฟ้าลดลงมากกว่าร้อยละ 30 

  • ก๊าซธรรมชาติจะมีบทบาทมากขึ้นในการตอบสนองความต้องการใช้ที่หลากหลาย

    ก๊าซธรรมชาติปริมาณมากและหลากหลาย ถือเป็นแหล่งพลังงานที่มีคุณค่าในการตอบสนองความต้องการใช้ที่หลากหลาย และขณะเดียวกันก็ช่วยให้โลกเปลี่ยนไปใช้แหล่งพลังงานที่มีความหนาแน่นของคาร์บอนต่ำลง  คาดว่าจะมีการใช้ก๊าซธรรมชาติเพิ่มขึ้นมากกว่าแหล่งพลังงานอื่น  โดยครึ่งหนึ่งใช้เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า

  • น้ำมันมีบทบาทนำในการสนับสนุนการขนส่งและผลิตภัณฑ์สมัยใหม่

    การใช้รถไฟฟ้าและการเพิ่มประสิทธิภาพของเครื่องยนต์  ทำให้เมื่อถึงปี 2573 จะมีการใช้เชื้อเพลิงเหลวสูงสุดในกลุ่มรถบรรทุกน้ำหนักเบา (ปิ๊กอัพ)  อย่างไรก็ตาม น้ำมันยังคงมีบทบาทนำในฐานะแหล่งพลังงานหลัก โดยมีการใช้มากขึ้นในการขนส่งภาคพาณิชย์ และอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์

  • จะมีการเร่งลดปริมาณคาร์บอนในระบบพลังงานโลก

    ในขณะที่เศรษฐกิจโลกขยายตัวเกือบสองเท่าเมื่อถึงปี 2583  ผลดีจากการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและการเปลี่ยนไปใช้พลังงานที่มีความหนาแน่นของคาร์บอนต่ำลง จะช่วยให้ความหนาแน่นของคาร์บอนในผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศทั่วโลก (Global GDP) ลดลงเกือบร้อยละ 45 คาดว่าการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการใช้พลังงานของโลกจะถึงจุดสูงสุดในปี 2583 โดยจะสูงกว่า ปี 2559 ประมาณร้อยละ 10 

อ้างอิง

1. http://unfccc.int/paris_agreement/items/9485.php

ปิด